วิธีซักพรมที่ทุกบ้านควรรู้ สะอาดและดีต่อสุขภาพคนในบ้าน
พรมเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้าน ช่วยดักจับฝุ่นและสิ่งสกปรกจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมเสริมบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่ ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ วิธีซักพรมที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ทุกบ้านควรรู้ เพื่อให้พรมสะอาด ปราศจากฝุ่น สิ่งสกปรกต่าง ๆ และยังดูสวยงาม ช่วยยืดอายุพรมให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า
พรมฝุ่นเยอะทำอย่างไรดี วิธีกำจัดฝุ่นและทำความสะอาดพรม
-
การกำจัดคราบฝุ่นบนพรม
คราบฝุ่นบนพรมที่สะสมจากการใช้งานนาน ๆ อาจทำให้พรมหมองและมีกลิ่นอับ ควรเริ่มจากการดูดฝุ่นก่อน แล้วค่อยนำพรมไปซัก
- การดูดฝุ่นพรมเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยลดฝุ่นและสิ่งสกปรกเบื้องต้นได้ ดีกว่าให้ฝุ่นจับเกาะไว้นานๆ ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีก การดูดฝุ่นเบื้องต้น จึงเป็นวิธีที่ควรทำสม่ำเสมอ ก่อนที่จะนำพรมไปซัก
- แต่ภายในเส้นใยพรมยังอาจมีละอองเกสร ขนสัตว์ เชื้อรา และแบคทีเรียสะสมอยู่ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง จึงควรทำความสะอาดพรมอย่างละเอียดควบคู่กัน เพื่อให้พรมสะอาดและปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน
-
วิธีซักพรมด้วยตัวเองเพื่อกำจัดคราบ
หากเป็นพรมแบบปูเป็นชิ้น สามารถซักทำความสะอาดเองได้ โดยความยากง่ายขึ้นอยู่กับขนาดของพรม ซึ่งวิธีซักพรมหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
- วิธีซักพรมแบบแห้ง
- เป็นวิธีทำความสะอาดที่ใช้น้ำยาแบบแห้งโรยลงบนพรมโดยตรงไม่ต้องผสมน้ำ ใช้แปรงขัดให้สะอาด
- ทิ้งไว้สักครู่ แล้วดูดคราบออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น ทำให้พรมสะอาดเหมือนการซักแบบเปียก
- หากต้องการความสะอาดมากขึ้น สามารถนำไปล้างน้ำและซักทำความสะอาดอีกรอบ ซึ่งการนำไปซักแบบเปียกอีกครั้งจะช่วยทำให้คราบต่าง ๆ หลุดออกได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
- ซักพรมแบบเปียก
- ใช้น้ำยาซักพรมผสมน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
- ใช้แปรงขนอ่อนขัดเบา ๆ บนพรมไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งผืน
- ก่อนล้างด้วยน้ำสะอาดและนำไปตากแดดให้แห้งสนิท
- การซักกำจัดคราบบนพรมเฉพาะจุด
- หากพรมเลอะคราบกาแฟ น้ำดื่ม หรืออาหาร ควรรีบทำความสะอาดทันที โดยใช้ผ้าหรือทิชชูซับคราบก่อน แล้วใช้น้ำยาที่เหมาะกับประเภทคราบขัดเบา ๆ เพื่อป้องกันพรมเสียหาย
- จากนั้นซับให้แห้ง เพื่อช่วยลดการเกิดคราบฝังลึกบนพรม
วิธีซักพรมผืนใหญ่
พรมเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ยิ่งมีขนาดใหญ่และอยู่ในบริเวณที่มีคนสัญจรไปมาจำนวนมาก ยิ่งทำให้สะสมฝุ่นได้ง่าย วิธีซักพรมผืนใหญ่จึงต้องอาศัยอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับพรม และทำตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง ดังนี้
- ใช้เครื่องดูดฝุ่น เพื่อกำจัดฝุ่นบนพรม และกำจัดเศษขยะขนาดเล็กที่อาจติดค้างอยู่บนพรมออกให้ได้มากที่สุด
- ใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดพรมโดยเฉพาะ โดยเลือกตามความเหมาะสมกับพรมแต่ละประเภท
- ขัดพรมให้สะอาด ให้ขัดไปในทิศทางเดียวกันจนทั่วทั้งผืน
- นำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วตากให้แห้งสนิท เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นอับ
หากไม่สะดวกหรือยังไม่มีเวลา แต่อยากทำความสะอาดพรมด้วยตัวเองแบบชั่วคราวก่อน สามารถกลับด้านพรมแล้วใช้งานตามเดิม อาศัยแรงกดทับช่วยดันฝุ่นและสิ่งสกปรกออกมา เมื่อมีเวลาค่อยนำไปซัก ใช้วิธีทำความสะอาดพรมตามลำดับข้างต้น และดูดฝุ่นอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ทำไมต้องซักพรมเป็นประจำ
การซักพรมไม่ใช่แค่การทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ ไปจนถึงโอกาสป่วยจากเชื้อโรคต่าง ๆ เพราะระหว่างการใช้งานพรมจะดูดซับสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ โดยเฉพาะพรมที่ทำจากผ้าฝ้ายหรือขนสัตว์จะยิ่งมีฝุ่นละอองสะสมได้ง่าย การดูแลรักษาและใช้วิธีซักพรมที่ถูกต้อง มีประโยชน์คือ
- ช่วยกำจัดฝุ่นบนพรม ลดโอกาสเกิดภูมิแพ้จากฝุ่นละออง และดีต่อสุขภาพของคนในบ้าน
- พรมดูใหม่และสวยงาม เสริมบรรยากาศในห้องให้น่าอยู่
- รักษาอายุการใช้งานของพรม ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่บ่อย ๆ
- สร้างความสบายใจและผ่อนคลาย ด้วยพรมที่สีสดดูเหมือนใหม่ สะอาดไร้กลิ่นอับ
ควรซักพรมบ่อยแค่ไหน สำหรับแต่ละสถานที่
นอกจากวิธีซักพรมที่ถูกต้องแล้ว ความถี่ในการซักก็สำคัญเช่นกัน ปัจจัยที่กำหนดความถี่นั้นคือความแตกต่างของแต่ละสถานที่นั่นเอง เพราะสถานที่ที่ต่างกัน พรมย่อมถูกใช้งานไม่เหมือนกัน รวมถึงความแตกต่างของบุคคลในสถานที่นั้น ๆ ที่เป็นตัวกำหนดความถี่ในการทำความสะอาดพรมด้วย
ควรซักพรมในบ้านพักอาศัยบ่อยแค่ไหน
- หากเป็นพรมในห้องที่ไม่มีการใช้งานมาก ฝุ่นละอองน้อย มีโอกาสเกิดคราบเปื้อนน้อย ให้ซักพรมทุก 12-18 เดือน
- ถ้าเป็นห้องที่มีคนใช้งานมาก มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ควรทำความสะอาดทุก 6-12 เดือน
- แต่ถ้าในบ้านมีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ควรซักพรมถี่ขึ้น หรือเมื่อผู้ป่วยมีอาการภูมิแพ้กำเริบ ควรทำความสะอาดพรมทันที และหมั่นกำจัดฝุ่นบนพรมด้วยเครื่องดูดฝุ่นเป็นประจำทุกสัปดาห์
ควรซักพรมในออฟฟิศ สำนักงานต่าง ๆ บ่อยแค่ไหน
- พรมที่ในออฟฟิศถูกใช้งานมากกว่าพรมในบ้าน ทำให้สะสมฝุ่นและเชื้อโรคง่ายกว่า ใช้วิธีทำความสะอาดพรมโดยพิจารณาจากการใช้งานในแต่ละพื้นที่
- หากเป็นพื้นที่ที่มีคนสัญจรมาก เช่น โซนต้อนรับ โถงทางเดินหลัก ควรซักทุก ๆ 3-6 เดือน หรือซักเมื่อพรมเริ่มหมอง เพื่อสุขลักษณะและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร
- ถ้าเป็นห้องทั่วไปหรือห้องที่ไม่ได้ใช้งาน ให้ซักทุก ๆ 6-12 เดือน แล้วแต่ความเหมาะสม
เลือกบริการซักพรมจาก NCS
วิธีซักพรมทำได้ด้วยตัวเองไม่ยากและควรทำอย่างสม่ำเสมอ อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการประหยัดแรงและเวลา อยากให้มืออาชีพช่วยดูแลพรมในบ้าน NCS บริษัทรับกำจัดไรฝุ่น ยินดีให้บริการซักทำความสะอาดพรม ซักผ้าม่าน โซฟา และที่นอน โดยใช้นวัตกรรมที่ดีที่สุดจากประเทศสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี เพื่อกำจัดเชื้อโรค ไรฝุ่น รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณได้พรมที่สะอาด สวยงามเหมือนใหม่ ปลอดภัยต่อการใช้งานในบ้าน
พรมที่ดูสะอาดจากภายนอก อาจไม่ได้หมายถึงสะอาดลึกในระดับที่ดีต่อสุขภาพเสมอไป การใส่ใจวิธีซักพรมอย่างถูกต้องจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพื้นที่ที่คนในบ้านสัมผัสอยู่ทุกวัน การเริ่มใส่ใจกับเรื่องนี้ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้บ้านสะอาด น่าอยู่ และเป็นพื้นที่ที่ดีต่อสุขภาพของทุกคนในบ้าน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซักพรม
1. เครื่องซักพรมสามารถดูดฝุ่นได้หรือไม่
เครื่องซักพรมถูกออกแบบมาเพื่อฉีดน้ำยาและดูดคราบสกปรกที่ละลายน้ำได้ จึงไม่เหมาะสำหรับการดูดฝุ่นแห้งหรือเศษผงทั่วไป และหากดูดฝุ่นแห้งปริมาณมากอาจทำให้เครื่องอุดตันและเสียหายได้ จึงควรใช้เครื่องดูดฝุ่นกำจัดฝุ่นบนพรมก่อน แล้วค่อยนำเข้าเครื่องซักพรม
2. เมื่อไหร่ควรใช้บริการซักพรมมืออาชีพ
หากพรมมีคราบฝังลึก มีกลิ่นอับสะสม เป็นพรมผืนใหญ่ดูแลยาก หรือในบ้านมีเด็กเล็ก ผู้ป่วยภูมิแพ้ หรือสัตว์เลี้ยง การใช้บริการมืออาชีพอาจช่วยทำความสะอาดได้ลึกและเหมาะสมกว่า
3. พรมแบบไหนที่ไม่ควรใช้งานต่อแล้ว
หากพรมมีเชื้อรา มีกลิ่นอับเรื้อรัง เส้นใยเริ่มเสื่อม หรือพรมกันลื่นด้านหลังเริ่มแตก ร่อน และยึดเกาะพื้นได้ไม่ดี อาจถึงเวลาพิจารณาเปลี่ยนใหม่ เพื่อความสะอาดและความปลอดภัยในการใช้งาน
Summary
Article Nameวิธีซักพรมที่ทุกบ้านควรรู้ สะอาดและดีต่อสุขภาพคนในบ้าน
Descriptionวิธีซักพรมไม่ได้มีแค่ขัดแล้วล้าง พรมที่ดูสะอาดอาจยังสะสมฝุ่นลึกอยู่ มีขั้นตอนสำคัญที่หลายบ้านมักข้าม และส่งผลต่อความสะอาดของบ้านทั้งหลัง
Author
NCS Guru
Summary
Article Nameวิธีซักพรมที่ทุกบ้านควรรู้ สะอาดและดีต่อสุขภาพคนในบ้าน
Descriptionวิธีซักพรมไม่ได้มีแค่ขัดแล้วล้าง พรมที่ดูสะอาดอาจยังสะสมฝุ่นลึกอยู่ มีขั้นตอนสำคัญที่หลายบ้านมักข้าม และส่งผลต่อความสะอาดของบ้านทั้งหลัง
Author
NCS Guru