ซักพรมยากไหม ซักด้วยตัวเองอย่างไรดีนะ!!

พรม เป็นส่วนหนึ่งในการแต่งบ้าน เพราะมันไม่ใช่แค่พรมเช็ดเท้าเท่านั้น พรมสวยๆ ผืนใหญ่เพื่อความสวยงาม ประดับอยู่ตามห้องต่างๆ ก็มีเหมือนกัน แต่ภายในความสวยงาม ขนนิ่มๆ นั้น หารู้ไม่ว่า เป็นที่กักเก็บฝุ่นชั้นดีเลยทีเดียว หากไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างทั่วถึง ซึ่งหากมีฝุ่นจับเกาะที่พรมเป็นจำนวนมาก ก็ส่งผลเสียต่อร่างกาย ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง และรอบบ้าน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ ดังนั้น ถ้าอยากมีบ้านที่น่าอยู่ ปราศจากฝุ่น ต้องหาวิธีซักพรมให้สะอาด เรามาดูกัน ว่าจะซักพรมอย่างไร ซักยากไหม

ซักพรม ยังไงดี

พรมฝุ่นเยอะจะทำอย่างไรดี

            แน่นอนว่า พรมมีหลายแบบ แต่ที่เหมือนกันเลยคือ พรมเป็นแหล่งที่เก็บฝุ่นได้ดี บางทีเก็บได้หนากว่าตัวพรมถึง 4 เท่า ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษา ฝุ่นที่เข้ามาเกาะ ก็มาทั้งจากตัวบุคคลที่ออกไปข้างนอก แล้วนำฝุ่นกลับมา เมื่อฝุ่นกระจายก็ไปเกาะพรม หรือมาจากฝุ่นที่ลอยมาตามอากาศ สะสมมากๆ ก็เป็นเชื้อโรค และเพื่อให้พรมคงความสวยงาม มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว เราจำเป็นจะต้องหาวิธีกำจัดฝุ่นบนพรม ซึ่งมีหลากหลายวิธี แต่ก่อนจะไปทำความสะอาด เรามาทำความรู้จักกับพรมแต่ละแบบสักนิด
  1. พรมปูพื้นไนลอน (Nylon) พรมแบบนี้ จะมีลักษณะของสีสันที่หลากหลาย สามารถกันน้ำได้ ทนต่อรอยขีดข่วน สารเคมี และเชื้อราได้เป็นอย่างดี เป็นที่นิยมของทุกบ้าน เพราะดูแลรักษาง่าย แถมไม่แพงอีกด้วย
  2. พรมปูพื้นโพลีโพรไพลีน (Polypropylene) เป็นพรมที่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการรองรับน้ำหนักมาก มีความสามารถในการป้องกันคราบได้ดีที่สุด ป้องกันรอยขีดข่วน และเชื้อรา ทำความสะอาดได้ง่ายไม่ยุ่งยาก
  3. พรมปูพื้นโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เป็นพรมที่เหมาะแก่การนำไปปูในห้องนอน ขนของพรมให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เรียบหรู กันน้ำได้ดี แต่จะสามารถรองรับน้ำหนักได้น้อย ทำความสะอาดยาก และสีซีดลงได้ เมื่อโดนแดดนานๆ
  4. พรมปูพื้นโพลีเอทิลีน (Polyethylene) เป็นพรมที่ทำมาจากพลาสติก หรือจากฝาขวดรีไซเคิล ทำให้ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ต่อร่างกาย มีสีสันสดใส ป้องกันคราบได้ดี แต่ผิวสัมผัสจะไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่
  5. พรมปูพื้นขนสัตว์ (Wool) ส่วนใหญ่จะทำมาจากขนสัตว์แท้ 100% มีราคาสูง มีสัมผัสที่หนานุ่ม ทนทาน ดูหรู ตกแต่งบ้านได้สวย ป้องกันคราบและรอยเปื้อนได้ แต่ต้องดูแลรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ เพพราะอาจจะมีฝุ่นเกาะได้ง่าย ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้
  6. พรมปูพื้นอะครีลิก (Acrylic) เป็นพรมที่ดูแลได้ง่ายกว่าพรมขนสัตว์ แข็งแรงทนทาน ป้องกันความชื้นและคราบเลอะได้ดี สามารถใช้ทดแทนพรมขนสัตว์ได้
วิธีทำความสะอาดพรม

วิธีทำความสะอาด กำจัดฝุ่นบนพรม

  1. หมั่นดูดฝุ่นบนพรม หนึ่งในวิธีเบื้องต้นที่จะช่วยให้พรมสะอาด ปราศจากฝุ่นได้บ้าง คือใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดลงบนพรมเป็นประจำทุกวัน หรือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ ดีกว่าให้ฝุ่นจับเกาะไว้นานๆ ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีก การดูดฝุ่นเบื้องต้น จึงเป็นวิธีที่ควรทำสม่ำเสมอ ก่อนที่จะนำพรมไปซัก
  2. ซักพรมด้วยตัวเอง หากที่บ้านปูพรมเป็นชิ้นๆ ก็สามารถเลือกทำความสะอาดพรม โดยการซักพรมด้วยตัวเอง ซึ่งถามว่าซักยากไหม ต้องขึ้นอยู่กับขนาดของพรมด้วย ว่าผืนใหญ่มากน้อยแค่ไหน โดยวิธีซักพรม แบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้
  • ซักพรมแบบเปียก วิธีนี้จะต้องเตรียมน้ำยาซักพรม ที่มีขายตามร้านทั่วไปไว้ แล้วนำน้ำยามาผสมน้ำ ตามปริมาณเหมาะสม จากนั้นใช้แปรงขนอ่อน ขัดลูบเบาๆ บนพรม ซึ่งต้องขัดไปในทิศทางเดียวกันให้ทั่วผืน เมื่อแน่ใจว่าทั่วถึง จึงนำไปล้างด้วยน้ำสะอาดและนำไปตากแดดให้แห้ง
  • ซักพรมแบบแห้ง วิธีนี้ทำได้ง่ายมากๆ สามารถทำเองจากที่บ้านได้เลย โดยการนำผงซักแห้ง มาโรยบนพรม และใช้แปรงขัดให้สะอาด หลังจากนั้นทิ้งไว้สักครู่ ก็เอาเครื่องดูดฝุ่นดูดออกไปได้ พรมก็จะกลับมาดูสะอาด หอม ไม่กักฝุ่น เหมือนซักมาใหม่ นอกจากวิธีนี้ ยังสามารถกลับด้านพรม และใช้ต่อไป จนแรงทับสามารถดันฝุ่น และสิ่งสกปรกออกมาเอง เพื่อความมั่นใจก็นำไปซักซ้ำได้อีก แถมยังช่วยให้การซักพรมง่ายขึ้นด้วย

การซักพรมด้วยตัวเอง หากจะทำเป็นขั้นตอนให้ละเอียด และมีขั้นตอนที่เป็น Step ให้ทำตามนี้

  • เช็คพรมก่อนว่า เป็นพรมชนิดไหน สีตกหรือไม่ ควรนำมาซักแบบแห้ง หรือ แบบเปียก
  • จากนั้นดูดฝุ่น ด้วยเครื่องดูดฝุ่น เพื่อกำจัดเศษฝุ่น เศษขยะออกจากพรมก่อน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบบนพรมเท่านั้น เพื่อกำจัดรอยเปื้อนก่อน
  • ทำความสะอาดพรม ด้วยการใช้แปรงขนอ่อน ถูไปรอบๆ พรมเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • นำพรมที่ซักแล้ว ไปตากแดดให้แห้ง สำหรับพรมที่ไม่สามารถตากแดดได้ ให้นำไปปั่นแห้ง และอบแห้งทันที เมื่อแห้งแล้ว ให้ใช้แปรงพรม แปรงให้เรียบร้อยสวยงาม ไม่จับเป็นก้อน

วิธีซักพรมด้วยตัวเองไม่ยุ่งยาก ถ้าทำถูกวิธี พรมก็จะสะอาด ไร้ฝุ่นหรือหากใครที่บ้านมีพรมเยอะมาก ไม่สามารถซักเองได้ กลัวไม่สะอาด ปรึกษา NCS บริษัทรับกำจัดไรฝุ่นที่มีนวัตกรรมที่ดีที่สุด จาก USA และ GERMANY จัดการเครื่องนอน ให้ปลอดจากเชื้อโรค ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ทุกกระบวนการ ทั้งเครื่องมือและบริการกำจัดไรฝุ่น ผ่านการรับรองมาตรฐานสถาบันในต่างประเทศและในประเทศไทย มีบริการซักพรมที่สะอาดเหมือนใหม่ สอบถามเพิ่มเติมได้เลย