ชอบจามยามเช้า หลังตื่นนอน มีสาเหตุจากอะไร?

ชอบจามยามเช้าเพราะอะไร
เคยเป็นบ่อยไหม เวลานอนหลับสบายตลอดคืน แต่พอตื่นนอนยามเช้า กลับเกิดอาการจามขึ้นมาซะได้ แล้วถ้าเริ่มจามบ่อยขึ้นๆ จนกลายเป็นอาการจามไม่หยุด คัดจมูก น้ำมูกไหลร่วมด้วย นั่นหมายถึง เริ่มมีสาเหตุจากภัยเงียบช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งสาเหตุคงหาได้ไม่ยาก เพราะที่นอนของคุณกำลังมีไรฝุ่น จนเกิดอาการภูมิแพ้ไรฝุ่นนั่นเอง แล้วจะต้องทำอย่างไร เพื่อกำจัดไรฝุ่นออกไป และลดอาการจามลง เรามาดูกัน

ไรฝุ่นคืออะไร?

ถ้าพูดถึงไรฝุ่น บางคนอาจคิดว่ามันเป็นฝุ่นธรรมดา แต่จริงๆแล้ว มันคือแมลงขนาดเล็ก ที่เล็กมากๆ ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เพราะมีขนาดเพียง 250-300 ไมครอน มีขา 8 ขา มีอายุได้ถึง 2-4 เดือน ถ้าส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเป็นตัวแมลงที่ชัดมาก โดยตัวไรฝุ่นมักจะแฝงอยู่ร่วมกับฝุ่นแทรกซึมอยู่ตามที่นอน หากที่นอนไม่ได้ซักทำความสะอาดบ่อยๆ จะมีไรฝุ่นอยู่เยอะ อย่างพวกเครื่องนอนต่างๆ หมอน ผ้าปู พรม ตุ๊กตา ไรฝุ่นสามารถเกาะได้ทั้งหมด โดยเฉพาะบริเวณอบอุ่นและอับชื้น อาหารของไรฝุ่นก็จะเป็นเศษผิวหนังของมนุษย์ รังแค และมันก็จะถ่ายมูลออกมาปะปนอยู่บริเวณรอบๆ ที่นอนด้วย

การแพ้ไรฝุ่น จนเกิดอาการจาม

            ไรฝุ่น เป็นตัวปัญหาที่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดอาการภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้มีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจไม่ออก และบางรายสามารถมีอาการของหอบหืดตามมาได้ สำหรับบางกรณี ไรฝุ่นยังกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ผดผื่นที่ผิวหนังได้ด้วย โดยส่วนที่ทำให้เกิดแพ้ไรฝุ่น จนมีอาการจามในทุกเช้า ก็จะเกิดจากตัวไรฝุ่นเอง ซากไรฝุ่นที่ตายแล้ว และมูลของไรฝุ่น ซึ่งมูลไรฝุ่นมักจะเป็นสาเหตุหลัก ดังนั้นควรทำความสะอาดฝุ่นและกำจัดไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ

จัดการกับไรฝุ่นอย่างไร ให้อยู่อย่างปลอดภัย หายใจสะดวก

  1. ทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่น เป็นวิธีที่ง่ายในการเริ่มต้นกำจัดไรฝุ่น โดยใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดให้ทั่วบริเวณบ้าน โดยเฉพาะบนที่นอน โซฟา พรม หรือส่วนที่เป็นผ้า ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของไรฝุ่น
  2. ซักเครื่องนอนด้วยความร้อน อีกหนึ่งวิธีฆ่าไรฝุ่น โดยใช้ความร้อนไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที แล้วจึงนำไปตาก หรืออบผ้าด้วยความร้อนเดียวกันอีกครั้ง ประมาณ 10 นาที ก็จะช่วยกำจัดไรฝุ่นได้
  3. ใช้ผ้าคลุมกันไรฝุ่น ปัจจุบันมีผ้าคลุมช่วยกันไรฝุ่น โดยจะต้องเลือกผ้าคลุมที่มีผ้าทอแน่น ขนาดของรูผ้าจะต้องมีขนาดเล็กมาก จนตัวไรฝุ่นและมูลไม่สามารถกระจายตัวได้ และต้องเป็นผ้ากันไรฝุ่นที่สามารถนำไปซักได้ด้วย อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ควรเลือกผ้าคลุมกันไรฝุ่น ที่คลุมเครื่องนอนได้ทั้งหมด
  4. ห้องต้องอากาศถ่ายเท ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศในห้องนอน เพื่อลดความอับชื้น อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง อากาศที่ถ่ายเท และอุณหภูมิห้องที่เหมาะสม จะช่วยให้ไรฝุ่นลดน้อยลง
  5. นำเครื่องนอนตากแดด นอกจากจะซักเครื่องนอนด้วยความร้อนแล้ว การตากเครื่องนอนต่างๆ ด้วยแสงแดดที่แรงจัด ก็จะช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้น ว่าไรฝุ่นตายแน่นอน และทำให้การนอนหลับสบายขึ้นด้วย เพราะรู้สึกว่าเครื่องนอนไร้ไรฝุ่น สะอาดมาก ยิ่งนำออกมาตากทุกสัปดาห์ยิ่งดี
  6. หลีกเลี่ยงการใช้พรม เพื่อการป้องกันไรฝุ่นที่ดี ควรหลีกเลี่ยงการใช้พรมในห้องนอน เพราะหากไม่ทำความสะอาดให้ดี พรมจะเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นจำนวนมาก หรือหากมีก็ควรนำไปทำความสะอาดด้วยความร้อนแบบเดียวกับเครื่องนอน

สำหรับคนที่อยากให้ห้องนอนสะอาด นอนหลับสบาย ตื่นมาไม่มีอาการจามบ่อยๆ เพราะไรฝุ่น สามารถปรึกษาและใช้บริการจาก จาก NCS ได้เลย บริการกำจัดไรฝุ่นที่มีนวัตกรรมที่ดีที่สุด จาก USA และ GERMANY มาทำให้ที่นอนของคุณและคนที่คุณรักกลับมาสะอาด ปลอดจากเชื้อโรค ไรฝุ่นซึ่ง เป็นสารก่อภูมิแพ้ ปัจจัยอันดับ 1 ในประเทศไทย เครื่องมือและบริการกำจัดไรฝุ่น ผ่านการรับรองมาตรฐานสถาบันในต่างประเทศและในประเทศไทย ให้การตื่นนอนยามเช้า สบายตัว ไร้ไรฝุ่นกวนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.ncscleanbed.com/