อาการแพ้ขนแมว มีสาเหตุเกิดจากอะไร? หายได้มั้ย

อาการแพ้ขนแมวเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยทั่วไปอาจเพียงสร้างความรำคาญ หรือเกิดผื่นแพ้แมวเล็กน้อย แต่ถ้าใครที่มีโรคประจำตัว สุขภาพไม่แข็งแรง อาจมีอาการแพ้ระดับรุนแรงจนเสี่ยงต่อชีวิตได้ สำหรับทาสแมวก็ไม่ต้องกังวล แค่ลองสังเกตตัวเองว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการแพ้ขนแมวจริงหรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น แล้วถ้าแพ้ขนแมวหายได้ไหม จะมีวิธีป้องกันอย่างไรได้บ้าง บทความนี้มีคำตอบ

สังเกต 5 อาการที่อาจบ่งบอกถึงอาการแพ้ขนแมว

อาการแพ้ขนแมวไม่ได้เกิดจากขนแมวโดยตรง แต่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในน้ำลาย ต่อมไขมัน และเซลล์ผิวหนัง ซึ่งสารดังกล่าวติดอยู่บนขนแมวได้ เมื่อร่างกายสัมผัสหรือสูดดมจะทำให้มีปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอม แล้วเกิดเป็นอาการแพ้นั่นเอง โดยจะแสดงออกในลักษณะดังนี้

อาการแพ้ขนแมว

1. อาการทางผิวหนังเกิดผื่นแพ้ขนแมว

ผิวหนังจะเกิดผื่นแพ้แมว มีอาการคัน และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณที่สัมผัสแมวโดยตรงเท่านั้น สามารถขึ้นตามใบหน้า ลำคอ และหน้าอกส่วนบนได้อีกด้วย ซึ่งอาจมากหรือน้อยต่างกันไปตามระดับอาการแพ้

2. อาการทางตา

บริเวณผิวหนังรอบดวงตามีอาการคัน เนื้อเยื่อตาบวม ตาแดง น้ำตาไหล อาจคันและบวมลามไปถึงเนื้อเยื่อบริเวณจมูกด้วย หากรู้สึกระคายเคืองมาก สามารถใช้ยาหยอดตาเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้

3. อาการระบบทางเดินหายใจ

อาการแพ้ขนแมวทำให้คัดจมูก หายใจไม่ค่อยสะดวก น้ำมูกไหล จามบ่อย ๆ โดยน้ำมูกที่เกิดจากอาการแพ้จะมีลักษณะใส ๆ ไม่ค่อยเหนียว หรือเป็นหยดน้ำไหลออกมาตลอดเวลา และอาจมีอาการแน่นหน้าอกและระคายเคืองคอร่วมด้วย

4. อาการคัน

อาการคันจากสารก่อภูมิแพ้ของแมวสามารถเกิดได้หลายบริเวณ ทั้งดวงตา ใบหน้า ลำตัว และหน้าอก นอกจากนี้ยังอาจเกิดการระคายเคืองภายในทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ระคายคอ ไอ หรือมีเสมหะ

5. อาการแพ้ขนแมวอย่างรุนแรง

ผู้ที่มีโรคภูมิแพ้อาจเกิดอาการแพ้ขนแมวในระดับรุนแรงได้ เช่น หอบหืดเฉียบพลัน หรือมีอาการแพ้หลายระบบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ คลื่นไส้อาเจียน หายใจลำบาก และท้องเสีย หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ขนแมว

อย่างที่เกริ่นไปให้ทุกคนสบายใจตั้งแต่ต้นว่า อาการแพ้ขนแมวไม่ได้เกิดจากขนแมวโดยตรง แต่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในร่างกายแมว ซึ่งสามารถกระจายอยู่ตามขน อากาศ และสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านได้ โดยสาเหตุของการแพ้หลัก ๆ มีดังนี้

1. สารก่อภูมิแพ้จากน้ำลายและผิวหนังของแมว

แมวมีสารก่อภูมิแพ้อยู่ในน้ำลาย ต่อมไขมัน และเซลล์ผิวหนัง เมื่อแมวเลียขน สารเหล่านี้จึงติดอยู่บนขนและกระจายออกสู่สิ่งแวดล้อม

2. สารก่อภูมิแพ้ลอยอยู่ในอากาศได้ง่าย

สารที่กระตุ้นอาการแพ้ขนแมวมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา จึงสามารถลอยอยู่ในอากาศและเกาะตามเฟอร์นิเจอร์ พรม หรือผ้าม่านได้นาน แม้ไม่ได้สัมผัสแมวโดยตรงก็อาจเกิดอาการแพ้ได้

3. การสะสมของขนและฝุ่นภายในบ้าน

หากบ้านไม่ได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ขนแมวและสารก่อภูมิแพ้อาจสะสมเพิ่มขึ้น ทำให้เสี่ยงเกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าเดิม

4. สารก่อภูมิแพ้ติดอยู่ตามเสื้อผ้าและที่นอน

สารก่อภูมิแพ้จากแมวสามารถติดไปกับเสื้อผ้า ผ้าห่ม หรือที่นอนได้ จึงอาจกระตุ้นอาการแพ้ได้ แม้ไม่ได้นอนห้องเดียวกับแมวโดยตรง

บริการทำความสะอาดโซฟา-sofa

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ขนแมว

วิธีป้องกันอาการแพ้ขนแมวที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงแมว นอกจากนี้ต้องล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสแมว ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ หมั่นซักทำความสะอาดโซฟาหรือบริเวณที่ใช้ร่วมกับน้องแมว หรือใช้เครื่องฟอกอากาศร่วมด้วย

1. หลีกเลี่ยงการเลี้ยงแมวในบ้าน

  • ควรหลีกเลี่ยงการนำแมวมาไว้ในห้องนอน ไม่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเลี้ยงแมว ต้องแยกห้องหรือโซนที่เลี้ยงแมวออกจากห้องอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะห้องที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือผู้ป่วยหอบหืดอาศัยอยู่

2. ดูแลน้องแมวให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อลดสารก่อภูมิแพ้

  • การอาบน้ำให้แมวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และแปรงขนให้แมวอย่างสม่ำเสมอ เพราะสารก่อภูมิแพ้ สามารถติดตามขนของแมวได้ ต้องหมั่นรักษาความสะอาดให้กับแมว และระหว่างสัปดาห์สามารถใช้ทิชชูเปียกที่ยับยั้งแบคทีเรีย เช็ดขนแมวได้
  • เปลี่ยนกระบะทรายแมวเดือนละครั้ง กำจัดสิ่งปฏิกูลจากทรายแมวและนำกระบะทรายแมวออกไปผึ่งแดดทุกวัน เพื่อลดเชื้อโรคและความอับชื้น
  • เลือกอาหารแมวสูตรพิเศษที่ช่วยลดโปรตีนชนิดก่อภูมิแพ้ในร่างกายแมวได้


กำจัดไรฝุ่น ราคาพิเศษ desktop-TH


กำจัดไรฝุ่น ราคาพิเศษ mobile-TH

3. ล้างมือหลังสัมผัสแมว

  • อย่างที่บอกว่า สารก่อภูมิแพ้มาจากขนแมว ผิวหนังแมว น้ำลายแมว ถ้าใครเล่นกับแมวมากๆ ก็อย่าลืมล้างมือให้สะอาด ด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสะสม ลดโอกาสเกิดภูมิแพ้ขนแมวได้

4. ใช้เครื่องฟอกอากาศ

ควรตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ในบริเวณห้องนอนและห้องนั่งเล่น ที่มีแมว และต้องเลือกที่มีแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง ดักจับฝุ่น ขนแมว สิ่งสกปรกต่างๆ เพื่อลดอาการแพ้ขนแมวลงได้

5. ดูดฝุ่นภายในบ้าน

หมั่นดูดฝุ่นห้องนอน เตียงนอน ทุกซอกทุกมุมของบ้าน เพื่อกำจัดขนแมวหรือปริมาณสารก่อภูมิแพ้แมว ที่สำคัญ ควรจัดห้องให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก โปร่งโล่ง และใช้ผ้าเช็ดโซฟ้า โต๊ะ ขอบอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านให้สะอาด

ไขข้อข้องใจ แพ้ขนแมวหายได้ไหม?

อาการแพ้ขนแมวสามารถควบคุมและลดความรุนแรงได้ หากดูแลความสะอาดของบ้านอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ แต่โดยทั่วไปมักไม่หายขาด เพราะเป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้จากแมว

ผู้ที่เลี้ยงแมวจึงควรดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาด หมั่นทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุที่สะสมขนแมวได้ง่าย รวมถึงหมั่นดูแลสุขอนามัยและสุขภาพของแมวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ให้มากที่สุด

บทสรุป

อาการแพ้ขนแมวอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อขน ฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้สะสมอยู่ภายในบ้านเป็นเวลานาน การดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงหมั่นจัดการบริเวณที่แมวใช้งานบ่อย ๆ จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการแพ้และทำให้สภาพแวดล้อมภายในบ้านน่าอยู่มากขึ้น

สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงและต้องการลดการสะสมของขนสัตว์และฝุ่นภายในบ้าน บริการทำความสะอาดจาก NCS  ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดการสะสมของขนสัตว์และฝุ่นในจุดที่ทำความสะอาดได้ยาก เพื่อให้ทั้งคนในบ้านและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ

NCS มีบริการกำจัดฝุ่นและซักกำจัดคราบ ที่จะช่วยกำจัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จากตัวแมว เราเป็นผู้มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เกี่ยวกับการทำความสะอาดที่นอน กำจัดไรฝุ่น กำจัดขนสัตว์ ขนแมว ด้วยอุปกรณ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด มีมาตรฐานจากองค์กรผู้ป่วยโรคภูมิแพ้โดยตรง ทั้งจากเมืองไทย และต่างประเทศ ซึ่งลูกค้าสามารถมั่นใจในการบริการของเราว่าสามารถลดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 100% โดยสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ นอกเหนือจากนั้น พนักงานของเราทุกคนถูกฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีถึงเรื่องมารยาทในการเข้าบ้านลูกค้าและการให้บริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็น อันดับหนึ่งมาโดยตลอด ลูกค้าจะได้รับความประทับใจ กับบริการที่เอาใจใส่ลูกค้าจาก NSC


FAQ
1. ทำไมทำความสะอาดบ้านแล้ว ยังมีอาการแพ้ขนแมวอยู่?

เพราะสารก่อภูมิแพ้จากแมวมีขนาดเล็กและสามารถลอยอยู่ในอากาศ หรือสะสมตามพรม โซฟา ผ้าม่าน และที่นอนได้เป็นเวลานาน แม้จะมองไม่เห็นขนแมวแล้วก็ตาม

2. บ้านที่เลี้ยงแมว ควรทำความสะอาดจุดไหนเป็นพิเศษ?

จุดที่ขนและฝุ่นสะสมได้ง่าย เช่น โซฟา พรม ที่นอน ผ้าม่าน รวมถึงบริเวณที่แมวใช้งานบ่อย ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน

3. ถ้าเลี้ยงแมวอยู่แล้ว มีวิธีให้การแพ้ขนแมวหายได้ไหม?

สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลความสะอาดของบ้าน อาบน้ำและแปรงขนแมวสม่ำเสมอ รวมถึงลดการสะสมของฝุ่นและขนแมวภายในบ้าน เพื่อช่วยให้สภาพแวดล้อมสะอาดและอยู่สบายมากขึ้น

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่